แพทยศาสตรศึกษา
โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
แพทยศาสตร์ศึกษา
การศึกษาก่อนปริญญา
การศึกษาหลังปริญญา
ศัลยศาสตร์
ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา
อายุรศาสตร์
เวชศาสตร์ฉุกเฉิน
เวชศาสตร์ทางทะเล

 

หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน

เพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน

โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ฉบับ พ.ศ. 2561 

1. ชื่อหลักสูตร
          (ภาษาไทย) หลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน
          (ภาษาอังกฤษ) Residency Training in Emergency Medicine
2. ชื่อวุฒิบัตร
ชื่อเต็ม
          (ภาษาไทย) วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวชกรร สาชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน
          (ภาษาอังกฤษ) Diploma, Thai Board of Emergency Medicine
ชื่อย่อ
          (ภาษาไทย) ว.3. สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน
          (ภาษาอังกฤษ) Diploma, Thai Board of Emergency Medicine
คำแสดงวุฒิการ์ฝึกอบรมท้ายชื่อ
          (ภาษาไทย) วว. สาชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน
          (ภาษาอังกฤษ) Diploma, Thai Board of Emergency Medicine
3. หน่วยงานที่รับผิดชอบ
          กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า วิทยาลัยแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย
4. พันธกิจของการฝึกอบรม/หลักสูตร
        
 กองทัพเรือมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาหน่วยงานให้เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง และเป็นหน่วยงานที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการ โดยเน้นระบการจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยกรมแพทย์ทหารเรือมีวิสัยทัศน์ในการเป็นองค์กรแพทย์ทหารที่มีขีดสมรรถนะสูง และเป็นผู้นำด้านเวชศาสตร์ทางทะเลของประเทศ
        โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักแห่งหนึ่งของกรมแพทย์ทหารเรือ และเป็นสถาบันหลักของกรมแพทย์ทหารเรือในการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินที่มีศักยภาพในการดูแลผู้ป้วยฉุกเฉินมีความพร้อมในการเป็นอาจารย์แพทย์ สามารถสนับสนุนภารกิจให้กับกองทัพเรือ ตลอดจนงานในระบบการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของกระทรวงกลาโหมและระบบสาธารณสุขของประเทศ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งในสถานการณ์ปกติและในกรณีสาธารณภัยต่างๆ
       โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้กำหนดพันธกิจค้นการศึกษาของหลักสูตร ดังนี้ "เพื่อผลิตแพทย์หรืออาจารย์แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินที่มีคุณภาพ ตามเกณฑ์มาตรฐานผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ของแพทยสภา ที่มีความเป็นเลิศในด้านวิชาการ คุณธรรม จริยธรรม มีความรู้ความสามารถในเวชปฏิบัติที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับบริบทของสาขาวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน มีความสามารถในการทำงานแบบมืออาชีพและปฏิบัติงานแบบสหวิชาชีพได้ มีเจตนารมณ์และเตรียมพร้อมที่จะเรียนรูดลอดชีวิต ตลอดจนมีการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถดูแลรักษาผู้ป้วยได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ มีความเอื้ออาทรและใส่ใจในความปลอดภัยเพื่อการแก็ไขปัญหาและการส่งเสริมสุขภาพ โดยยืดถือผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางบนพื้นฐานของการดูแลแบบองค์รวม นำไปสู่การพัฒนาบริการด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน พื่อตอบสนองต่อภารกิจของกองทัพเรือ รวมทั้งระบบการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ ทั้งในสถานการณ์ปกติและในภาวะภัยพิบัติ โดยจัดการฝึกอบรมให้มีสภาวะการทำงานที่เหมาะสมและสามารถรักษาสุขภาพของผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้อย่างสมดุล มืนวัตกรรมที่เน้นกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาให้ผู้เข้ารับกาฝึกอบรมมีความสามารถที่ครอบคลุมและจำเพาะเจาะจงมากกว่าความสามารถขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็นผู้ชำนาญการในสาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน และพัฒนาไปสู่ผู้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางระบบสุขภาพได้"
        โดยฝึกอบรมให้แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินมีความสามารถทั้งในส่วนบุคคล การสื่อสารและปฏิสัมพันธ์และการทำงานรวมกันเป็นทีมในการวินิจฉัยรักษา การทำหัตถการ และการบริหารจัดการทางการแพทย์เพื่อแก้ไขภาวะฉุกเฉินได้ทุกระดับทั้งในและนอกโรงพยาบาล โดยมีทั้งคุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบ และเจตคติที่ดีต่อผู้ป้วย ผู้ร่วมงานและองค์กร ตลอดจนมีความสามารถในการทำงานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และสามารถบริหารจัดการเพื่อความตรียมพร้อมในการสนับสนุนต่อภารกิจต่างๆได้ตามมาตรฐานของวิทยาลัยแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย

     5. ผลลัพธ์ของการ์ฝึกอบรม/หลักสูตร
        แพทย์ที่จบกาฝึกอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทางสาชาวชศาสตร์ฉุกเฉิน ต้องมีคุณสมบัติและความรู้ความสามารถขั้นต่ำตามสมรรถนะหลักทั้ง 6 ด้านดังนี้
           5.1 การดูแลรักษาผู้ป้วย (patient care) 

                ก. สามารถให้การตรวจรักษาเพื่อให้พ้นจากภาวะวิกฤต/ฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ปวยมีเสถียรภาพ (stabilization) รวมถึงทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพในทุกกลุ่มอายุ ในด้านต่างๆ อย่างครบถ้วน
                ข. มีทักษะการชักประวัติและตรวจร่างกายที่ตรงประเด็น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สำคัญ ในบริบทที่มีความจำกัดต่งๆ รวมถึงการส่งตรวจและแปลผลทางห้องปฏิบัติการ การวินิจฉัย วินิจฉัยแยกโรค และการวางแผนรักษาที่เหมาะสม
                ค. สามารถสังเกตอาการและการประมินซ้ำ รวมถึงการปรับเปลี่ยนการวินิจฉัย และการรักษาตามข้อมูลที่ได้ใหม่ สามารถตัดสินใจจำหน่ายผู้ป่วยจากห้องฉุกเฉินอย่างเหมาะสม
                ง. สามารถทำงานในลักษณะของพหุภารกิจได้
                จ. ทักษะการทำหัตถการฉุกเฉิน เช่น การดูแลบาดแผล การเปิดหลอดเลือด (vascular access)การตรวจคลื่นความถี่สูงในการวินิจฉัยแบบตรงเป้า (goal-directed ultrasound) การดูแลทางเดินหายใจ ในผู้ป่วยกลุ่มต่งๆ อย่างเหมาะสม รวมถึงผู้วยที่ไม่ให้ความ                        ร่วมมือ ผู้ปวยที่มีความเสี่ยงสูง มีระบบไหลเวียนโลหิตไม่คงที่ เป็นต้น โดยหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะแทรกข้อน และตระหนักถึงผลลัพธ์และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
               ฉ. แพทย์ในสังกัดกองทัพเรื่อ สามารถให้บริการทางการแพทย์เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของกองทัพเรือได้

          5.2 ความรู้และทักษะเวชกรรม (medical knowledge and skills)

               ก. มีความรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับเวชศาสตร์ฉุกเฉิน เช่นหลักการทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานของร่างกายและจิตใจ ความรู้ทางคลินิกเกี่ยวกับโรคและภาวะฉุกเฉินทุกสาขาวิชา อาการ อาการแสดง พยาธิสรีรวิทยาของการเกิดโรค 
                   ยาที่ใช้รักษา เป็นต้น
               ข. ความเชี่ยวชาญในด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินต่อยอด เช่น ความรู้ด้านเวชศาสตร์ภัยพิบัติ การลำเลี่ยงพิษวิทยา ความรู้ต้านโรคและภาวะที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม เป็นตัน
               ค. มีความรู้ความชำนาญในด้นเวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง (Hyperbaric oxygen therapy)
               ง. แพทย์ในสังกัดกองทัพเรื่อ มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการแพทย์ทางทหาร และการให้บริการทางการแพทย์เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของกองทัพเรือ เช่น ความรู้ในเรื่องหลักการดูแลผู้บาดเจ็บทางยุทธวิธี (TCCC Tactical combat casualty care) หรือ                    การแพทย์ฉุกเฉินทางยุทธวิธี (TTEMS: Thailandtactical emergency medical service)

          5.3 ทักษะระหว่างบุคคลและการสื่อสาร (nterpersonal skils and communication)

              ก. มีทักษะการสื่อสาร ปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (ผู้ร่วมงาน ผู้ป่วยและญาติ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
              ข. ทักษะในการนำเสนอทางวิชาการต่งๆ และการถ่ายทอดความรู้ไปยังผู้อื่น
              ค. เป็นผู้นำทีมในการให้การบริบาลโดยมีผู้ป่วยเป็นจุดศูนย์กลาง

          5.4 การเรียนรู้จากการปฏิบัติ และการพัฒนาตนเอง (practice-based learning and improvement) 
                
สามารถปรับตัว และพัฒนาสมรรถภาพของตนเอง ในด้านต่อไปนี้
              ก. ระบบงานในแผนกฉุกเฉิน
              ข. การเรียนรู้ด้วยตนเอง
              ค. การดูแลผู้ป่วย
              ง. การทำวิจัย
              จ. การจดบันทึกข้อมูลทางการแพทย์

         5.5 ความเป็นมืออาชีพ (professionalism)

             ก. มีความเมตตา กรุณา เคารพผู้อื่น รวมถึงยึดมั่นในหลักการทางเวชจริยศาสตร์
             ข. มีความรับผิดชอบต่อผู้ป่วย สังคม วิชาชีพ และต่อตนเอง

         5.6 การปฏิบัติบนฐานแห่งระบบ (systems- based practice)

             ก. มีความรู้เกี่ยวกับบทบาทของการแพทย์ทางเลือก ระบบสุขภาพและการพัฒนาสาธารณสุขของชาติ
             ข. ความรู้เกี่ยวกับระบบประกันสุขภาพ เช่น ระบบประกันสุขภาพระบบประกันสังคม ระบบสวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการ เป็นต้น ความรู้เกี่ยวกับการประกันคุณภาพ และกระบวนการhospital accreditation การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดูแลรักษา การดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง
             ค. ความรู้เกี่ยวกับ cost consciousness medicine เช่น นโยบายการใช้ยาระดับชาติ บัญชียาหลักแห่งชาติ การใช้ยาอย่างสมเหตุผล เป็นตัน
             ง. ความรู้เกี่ยวกับฎหมายทางการแพทย์ หลักการบริหารจัดการต่งๆ รวมทั้งระบบการแพทย์ฉุกเฉิน


   6. แผนการฝึกอบรม/หลักสูตร
         6.1 วิธีการให้การฝึกอบรม

               6.1.1 การดูแลรักษาผู้ป่วย (patient care) จัดตารางการฝึกอบรมได้อย่างเหมาะสม โดยมีการ
               
มอบหมายให้ผู้รับการฝึกอบรม มีความรับผิดชอบด้านต่างๆ ในความควบคุมของอาจารย์ผู้ฝึกอบรมดังนี้
               แพทย์ประจำบ้านปีที่1 จะสามารถดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินได้ในกรณีที่มีความชับซ้อนไม่มาก สามารถบริหารจัดการผู้ป่วยอย่างเหมาะสมได้เป็นรายๆ ทำหัตถการภายใต้การควบคุมของอาจารย์ หรือแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่สูงกว่า
               แพทย์ประจำบ้านปีที่ 2 สามารถดูแลผู้ปวยที่มีความชับข้อนมากขึ้น สามารถบริหารจัดการห้องฉุกเฉินที่เริ่มมีความวุ่นวายได้ ทำทัตการที่พบบ่อยได้อย่งคล่องแคล่ว สามารปฏิบัติการดูแลผู้ป้วยนอกโรงพยาบาลได้
               แพทย์ประจำบ้านปีที่ 3 สามารถดูแลผู้ป่วยที่มีความขับซ้อนมากและพบไม่บ่อย ได้ด้วยตนเองบริหารจัดการห้องฉุกเฉินที่มีความวุ่นวายได้ สามารถแก้ไชปัญหาเบื้องต้น วางแผนการรักษา จำหน่ายผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสามารถควบคุมดูแลแพทย์ประจำบ้านชั้นปีอื่นในการทำหัตถการได้ เป็นผู้นำในการปฏิบัติการช่วยพื้นคืนชีพได้อย่างดี สามารถเป็นแพทย์อำนวยการได้เป็นอย่างดี
              ในระหว่างการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านจะต้องผ่านการฝึกอบรมเกี่ยวกับ ทักษะการช่วยพื้นคืนชีพในด้านต่างๆ เช่น การช่วยฟื้นคืนชีพในผู้ใหญ่ขั้นสูง การช่วยพื้นคืนชีพในเด็ก การช่วยพื้นคืนชีพในทารก การช่วยผู้ป่วยก่อนถึงโรงพยาบาล การช่วยเหลือผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ และการช่วยเหลือผู้ปวยที่มีปัญหาด้านพิษวิทยา และการช่วยเหลือผู้ป้วยในกรณีอุบัติภัย โดยเฉพาะแพทย์ในสังกัดกองทัพเรือจะผ่านการฝึกอบรมเพิ่มเติมในเรื่องการให้บริการทางการแพทย์เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางการทหาร เช่น TCCC ด้วย
              6.1.2 ความรู้และทักษะทางเวชกรรม (medical knowledge and skills)
              แพทย์ประจำบ้านปีที่ 1 เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานประยุกต์ (corelated basic medical science) ความรู้พื้นฐาน หลักการดูแลผู้ป้วยวิกฤตในสาชาต่งๆ และหัตถการที่สำคัญในห้องฉุกเฉิน
              แพทย์ประจำบ้านปีที่ 1 2, 3 เรียนและปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉิน และสาชาวิชาที่เกี่ยวข้องในรายวิชาเลือก (ภาคผนวกที่ 5)
              แพทย์ประจำบ้านทุกชั้นปี เข้าร่วมกิจกรมทางวิชาการ เช่นการประชุมบรรยาย นำเสนอทางวิชาการ การประชุมทบทวนวารสารวิชาการ การประชุมเสนอเหตุการณ์เวชกรรมอันไม่พึงประสงค์ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิต การประชุมทบทวนการกู้ชีพ การสัมมนาการบริหาร และการประชุมวิจัยเป็นต้น
              6.1.3 การเรียนรู้และการพัฒนาบนฐานแห่งเวชปฏิบัติ (interpersonal skills and communiction) แพทย์ประจำบ้านทุกชั้นปีควร
              ก. เรียนรู้เกี่ยวกับทักษะการปฏิสัมพันธ์ และการสื่อสาร
              ข. ปฏิบัติงานสอนนักศึกษาแพทย์ หรือแพทย์ประจำบ้านรุ่นหลังได้
              ค. นำเสนอข้อมูลผู้ป้วย และอภิปรายปัญหาในกิจกรรมวิชาการได้
             6.14 ความเป็นนักวิชาชีพ (professionalism) แพทย์ประจำบ้านทุกชั้นปีต้อง
              ก. เข้าร่วมกิจกรรมการให้ความรู้ทางด้านบูรณาการทางการแพทย์
              ข. พัฒนาตนเองให้มีเจตคติที่ดีระหว่างการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วย โดยผ่านการอบรมการให้คำปรึกษาผู้ป่วย การแจ้งข่าวร้าย
             6.1.5 การเรียนรู้และการพัฒนาบนพื้นฐานแห่งเวชปฏิบัติ (practice- based learning and improvement)
              ก. ต้องทำงานวิจัย ได้แก่ งานวิจัยต้นแบบ (orgnal research project) โดยเป็นผู้วิจัยหลัก หรือผู้นิพนธ์หลักอย่างน้อย 1 ฉบับ (ภาคผนวกที่ 6)
              ข. บันทึกข้อมูลในเวชระเบียนได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์
             6.1.6 การปฏิบัติงานให้เข้ากับระบบ (system-based practice) 
              แพทย์ประจำบ้านทุกชั้นปีมีประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับระบบคุณภาพของ โรงพยาบาล patient safety, กระบวนการคุณภาพต่างๆ รวมทั้งระบบประกันสุขภาพของชาติการใช้ยาและทรัพยากรต่างๆ อย่างสมเหตุสมผล และเหมาะสมกับบริบทของระบบสาธารณสุขของประเทศ ทราบบทบาท ของการแพทย์ทางเลือก (complementary medicine) กฎหมายทางการแพทย์และนิติเวชวิทยา และการ ดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง